Light painting
Just another boring day. I have to bring out my camera and experiment something.
Lasor Lamp?

Heaven’s rays?

What about this? Sperms?

Explode!

Alright, I’ve had some fun.
I could put these things I’ve learned to good use some day.
Damn! there’s a HUGE dust in my CCD on the left side of the frame.
Nothing I can do to wash it out…
No PS?
เดี่๋ยวนี้แวะเวียนไปตามบอร์ดโชว์รูป
ก็มีผ่านตาข้อความประเภท
“ไม่ได้แต่งภาพนะ ใช้ PS ไม่เป็น ย่ออย่างเดียว” เยอะมาก
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะต้องมาบอกกันทำไม
อ่านแล้วรู้สึกเหมือน เจ้าของภาพค่อนข้างจะขี้อวด
ประมาณว่า กูถ่ายสวย กูใช้กล้องเก่ง ไม่ได้แต่งยังสวยขนาดนี้เลยนะเว้ย
คือถ้าอยากจะอวดอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องปรับค่า Sharpen/Sat/Hue อะไรต่างๆในกล้องให้เป็น 0 หมด
แล้วค่อยเอามาดูกัน ไม่งั้นมันก็คือการแต่งภาพแล้วอยู่ดี
อีกแนวนึงก็ประมาณ
“ถ่าย JPG ครับ ไม่โปร เลยไม่ได้ถ่าย Raw”
อันนี้ถ้าไม่ขี้อวด ก็เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากๆๆๆ
ยิ่งคุณไม่โปร ยิ่งต้องถ่าย Raw
เพราะไฟล์ Raw มันคือไฟล์ที่ยังไม่ได้ผ่านการโปรเสสใดๆจากตัวกล้อง
มันมี Dynamic Range กว้างกว่าไฟล์ JPG อยู่นิดหน่อย
ทำให้เวลาที่เราถ่าย over หรือ under ไป 1-2 stop ก็ยังพอดึงกลับคืนมาได้
White Balance ก็ปรับใหม่ได้ตามใจ
เห็นชอบถามกันจัง รูปนี้ใช้ WB เท่าไหร่ดี
สนใจตัวเลขทำไมกันนักหนา
ถ่าย Raw ตั้ง AWB แล้วค่อยมาปรับเอาตามใจไม่ดีกว่ารึ
คนที่ถ่าย JPG ถ้าไม่ใช่เพราะเมมจะหมด ก็แปลว่าต้องวัดแสงแม่นจริงๆ
เวลาเห็นข้อความแนวๆนี้ก็พาลหมั่นไส้ ว่าเจ้าภาพขี้อวดมากกว่า
กูวัดแสงแม่่นนะเว้ย ถ่าย JPG ยังได้ขนาดนี้เลย
เทคนิคการวัดแสงก็อีกเรื่อง
ยิงไปช็อตเดียว ดู Histogram ก็รู้แล้วว่า Exposure เป็นไง
ก็ปรับชดเชยให้มันเหมาะสม
ไอ้ที่เค้าคิดเทคนิควัดกระดาษเทา วัดหลังมืออะไรนั่นเพราะฟิล์มมันแพง
ลองยิงดูก็ไม่เห็นรูป มันถึงต้องวัดให้แม่นๆก่อนยิง
นี่มันยุคดิจิตอลแล้วนะครับ
หัดปรับตัวให้มันเข้ากับยุคสมัยกันหน่อย
หาความรู้ใหม่ๆกันบ้าง
มัวไปยึดมั่นถือมั่นกับเทคนิคเก่าๆที่เค้าคิดค้นมาเพื่อกล้องฟิล์ม แล้วก็เอามาอวดข่มกัน
มันจะดีเหรอ
ดูที่ผลงานสุดท้ายที่ออกมาจะดีกว่ามั๊ย
something crazy
เคยทำอะไรบ้าๆมั๊ย
อย่างเช่นเดินแบกเป้หนัก 10 กิโล จากศิริราชตอน ห้าทุ่มครึ่ง อ้อมแยกไฟฉายไปพาต้า
แล้วข้ามมาพระอาทิตย์ เข้าศรีอยุธยา ผ่านหน้าวัง จนถึงสถานีรถไฟสามเสน
ตอนตีสามครึ่ง… รอขึ้นรถไฟฟรีกลับบ้านตอนตีสี่ครึ่ง
มันเป็นอารมณ์เซ็งว่ะ
เซ็งตัวเอง ขับรถดีๆก็ไม่ต้องมาเดินขาลากยังงี้
เดินแม่งซะให้เข็ดไปเลย
มันจะได้จำ
เออ ไปกรุงเทพเที่ยวนี้เสียค่าเดินทางน้อยดีแฮะ





